• 5ส
  • Carbon Footprint
  • Kaizen
  • TPM
  • CU IE Media
  • CU Carbon Neutral
  • นโยบายกิจกรรม 5 ส

    โรงพิมพ์มีการจัดกิจกรรม 5 ส ขึ้นครั้งแรกในปี 2551 โดยนโยบายที่จัดกิจกรรม 5 ส ขึ้นก็เพื่อเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน จัดพื้นที่ทำงานให้เป็นสัดส่วน และเป็นระเบียบเรียบร้อย อันจะทำให้เกิดประโยชน์ ดังนี้

    ผลดีต่อพนักงาน

    1. ทำงานได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. อุปกรณ์ของใช้ต่าง ๆ สามารถ หยิบง่าย หายรู้ ดูงามตา
    3. เกิดความสามัคคี – มีการทำงานร่วมกัน
    4. สภาพแวดล้อมที่ดี ทำให้พนักงานมีสุขภาพที่ดี

    ผลดีต่อโรงพิมพ์

    1. ดูสะดาด เป็นระเบียบเรียบร้อย
    2. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
    3. เพิ่มความปลอดภัย (SAFETY)
    4. การใช้พื้นที่ – เนื้อที่ อย่างมีประสิทธิภาพ
    5. เสริมภาพพจน์ของโรงพิมพ์ฯ


  • โครงการ Carbon Footprint

    โรงพิมพ์แห่งจุฬาฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากภารกิจหลักของโรงพิมพ์แห่งจุฬาฯ คือการผลิตสิ่งพิมพ์ ซึ่งกระบวนการหรือขั้นตอนการผลิตดังกล่าวจะมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนฟุตพริ้นท์ออกมาทำงานบรรยากาศและสภาพแวดล้อม

    ในปีงบประมาณ 2556 โรงพิมพ์แห่งจุฬาฯ จึงได้จัดทำโครงการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ฯ ขึ้นโดยใช้ชื่อ “โครงการการเตรียมการเพื่อรอรับเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)” โดยในการเตรียมการดังกล่าวได้มี การจัดทำฐานข้อมูลการใช้พลังงานและวัสดุทางการพิมพ์ในการปฏิบัติงานในโรงพิมพ์ฯ เริ่มตั้งแต่การหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง ฯลฯ เพื่อใช้ในการคำนวณปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฎจักรชีวิตของสิ่งพิมพ์ได้

    วัตถุประสงค์

    1. เพื่อให้โรงพิมพ์แห่งจุฬาฯ เป็นโรงพิมพ์ของมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์จาก อบก.
    2. เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพ/จุดขายผลิตภัณฑ์สิ่งพิมพ์ของโรงพิมพ์
    3. เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ประโยชน์สุขของพนักงานและสังคมของมหาวิทยาลัย
  • โครงการ Kaizen

    โรงพิมพ์แห่งจุฬาฯ เริ่มโครงการ Kaizen เมื่อปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้การทำงานเป็นไปอย่างครบวงจร รวดเร็ว ทันตามความต้องการของลูกค้า ปรับการทำงานให้มีความกระชับ ว่องไว้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับโรงพิมพ์ภายนอกได้ นอกจากนี้ยังต้องตระหนักถึงการควบคุมต้นทุนต่าง ๆ เช่น ความเสียหายจากการทำงานผิดพลาดและเวลาที่สูญเสียไปโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

    โครงการ Kaizen จึงเป็นโครงการที่ทำขึ้นเพื่อมาปรับปรุงการทำงานให้มีความสะดวก รวดเร็ว ลดต้นทุน มีความปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อมพัฒนาบุคลากรขององค์กรอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับชั้นมีส่วนร่วมในการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น

    เกณฑ์การเขียน Kaizen มีดังนี้

    1. เป็นงานของตัวเอง
    2. เป็นเรื่องมีเหตุผล
    3. เป็นเรื่องปรับปรุงเล็กๆน้อยๆ
    4. ทำแล้วง่ายขึ้น
    5. ถ้ามีการลงทุนต้องมีข้อมูลมาประกอบและต้องคุ้มทุน

  • โครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการหฟลิต โดยการบำรุงรักษา (Total Productive Maintenance)

    โรงพิมพ์แห่งจุฬาฯ ตระหนักว่า หัวใจในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ คือ เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพและพนักงานที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งนอกจากจะต้องรู้วิธีการทำงานอย่างถูกต้องแล้ว ยังจำเป็นต้องรู้จักการดูแลเครื่องจักรของตนเองเป็นอย่างดีด้วย

    ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551 เป็นต้นมา โรงพิมพ์แห่งจุฬาฯ จึงได้จัดทำอบรม การเพิ่มประสิทธิภาพโดยการบำรุงรักษา (TPM) ให้กับแผนกพิมพ์และแผนกทำสิ่งพิมพ์สำเร็จ ซึ่งมีเครื่องจักรอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อดำเนินการไปแล้วพบว่า เครื่องจักรมีสภาพดีขึ้น อัตราการเสียน้อยลง พนักงานประจำเครื่องมีความรู้เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของเครื่องจักรดีมากขึ้น สามารถตรวจพบปัญหาได้ด้วยตนเองและแก้ไขซ่อมแซมในเบื้องต้นได้


  • โครงการผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (CU Interactive Electronic Media)

    โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับการก้าวไปสู่การพัฒนาการผลิตสื่อนวัตกรรม ซึ่งจากเดิมผลิตสื่อสิ่งพิมพ์บนสื่อกระดาษ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ระบบ Off-set ไปสู่การพิมพ์ Digital Printing ตอบสนองด้านความรวดเร็วเป็น On demand Printing แล้ว ต่อเนื่องด้วยการพัฒนาการผลิตสิ่งพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม CU Eco Print เพื่อรณรงค์ให้ผู้รับบริการร่วมตระหนักถึงการมีส่วนร่วมลดโลกร้อน แต่ด้วยปัจจุบันกระแสการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนไป การถูกเร้าและกระตุ้น ดึงดูดด้วยสื่อใหม่ที่มีช่องทางการเผยแพร่ผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนับวันความนิยมการอ่านสื่อจากอุปกรณ์ดังกล่าวนับวันจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้น เสมือนเป็นส่วนประกอบของชีวิตประจำวันของคนในวัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงวัย โรงพิมพ์จุฬาฯ จึงได้พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ด้านการสร้างสรรค์การออกแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีการทำงานในแบบ Production House เพื่อพัฒนาสื่อแบบเดิมให้เป็นสื่อ Interactive ที่สามารถอ่านได้บนเครื่องอ่านอิเล็กทรอนิกส์ Tablet และ Smart Phone

    การก้าวไปสู่การเป็นผู้พัฒนาสื่อในครั้งนี้ เป็นโอกาสให้เกิดการพัฒนาช่องทางเผยแพร่สื่อในแบบ Brand Application ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในนาม Chula iU Application ให้เป็นแหล่งรวมความรู้ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อการเผยแพร่สื่อในรูปแบบ Interactive Media และในอนาคตอันใกล้จะให้บริการไปสู่สถานศึกษาภายนอกในที่สุด

    สิ่งที่โครงการ CUIE Media ให้บริการคือ

    1. 1. การออกแบบ Lay-out Design สำหรับการอ่านบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
    2. 2. การสร้างสื่อประกอบ เช่น การสร้างภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงประกอบ วิดิทัศน์
    3. 3. การสร้างช่องทางเผยแพร่สื่ออิเล็กทรอนิกส์ Brand Application เพื่อการอ่านผ่าน Tablet, Smart Phone, Web Browser on PC

    Chula iU : Brand Application เป็นภาพลักษณ์เพื่อการเผยแพร่สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่สื่อในแบบ Interactive Media on Device เป็น Application ที่รวบรวม CU E-Content ให้กับผู้เรียน ผู้สอน เติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับจินตนาการได้อย่างไร้ข้อจำกัด หนังสือ ตำราเรียน จดหมายข่าว วารสาร หนังสือพิมพ์ คู่มือ เอกสารการสอน ฯลฯ รองรับการเผยแพร่ App บน Apple App Store และ Google Play Store รวมถึงสื่อเพื่อเผยแพร่ความรู้ วิทยาการจัดการ เทคโนโลยีและผลงานวิจัยสู่สังคม ด้วยโครงการพัฒนาการผลิตสื่อใหม่ของโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการ CUIE Media ที่ได้พัฒนาการผลิตสื่อที่ก้าวล้ำกว่าสื่อเดิมบนกระดาษ ตอบสนองยุทธศาสตร์ด้านการเป็นผู้นำด้านสื่อนวัตกรรมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้สามารถนำความรู้ไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้และแบ่งปันยุคดิจิทัลอย่างไร้ขีดจำกัด Anytime Anywhere


    ตัวอย่าง web content

    - คู่มือการใช้บริการสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    - ChulaEyeBook จักษุจุฬา

    - Urban Environment สิ่งแวดล้อมเมือง

  • โครงการ CU Carbon Neutral

    1. • สิ่งพิมพ์คาร์บอนเป็นศูนย์.....ได้อย่างไร?
    2. • Carbon Neutral ……ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร?
    3. • ใครมีส่วนในการลดคาร์บอนบ้าง?
    4. • เราทุกคนได้อะไรจากการลดคาร์บอนบ้าง?

    โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานวิสาหกิจของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยภารกิจด้านการผลิตสิ่งพิมพ์ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ และสถาบันการศึกษาภายนอก ได้ริเริ่มการรณรงค์เรื่องการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการผลิตสิ่งพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้ชื่อ “CU Eco Print” ซึ่งเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่ปี 2553 เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะเสาหลักของแผ่นดิน นำไปสู่การเป็น Green University ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ Low Carbon Society

    การวัดค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เป็นหนึ่งในมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของการผลิตสิ่งพิมพ์ จากการดำเนินงานในระยะเริ่มต้นที่ได้รณรงค์ให้เกิดความเข้าใจในการมีส่วนร่วมคัดสรรวัตถุดิบเพื่อการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เลือกแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ส่งเสริมให้ใช้กระดาษเยื่อเวียนใหม่ ใช้หมึกถั่วเหลืองในการพิมพ์งาน การออกแบบที่ไม่ใช้พื้นที่พิมพ์สีขนาดใหญ่ เน้นการใช้สีของเนื้อกระดาษให้เกิดประโยชน์ ลดการตกแต่งงานหลังพิมพ์ที่ไม่จำเป็น เพื่อลดการใช้พลังงาน ลดเวลา ลดเคมีที่ส่งผลกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลต่อการประเมินค่า Carbon Footprint ซึ่งเป็นค่าคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า(Kg-CO2eq) ของการผลิตสิ่งพิมพ์ เป็นการประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) โดยการรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากการผลิตในทุกขั้นตอน เริ่มจากการได้มาซึ่งวัสดุการพิมพ์และการขนส่ง กระบวนการผลิตตั้งแต่งานบรรณาธิการ ออกแบบ ปรู๊ฟ ทำแม่พิมพ์ พิมพ์ งานหลังพิมพ์ การจัดส่ง ไปจนถึงการกำจัดซาก และนำผลมาคูณกับค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของข้อมูลทุติยภูมิของวัตถุดิบการผลิต พลังงานไฟฟ้า การใช้เวลา ปริมาณของเสียและเศษเหลือทิ้ง ระยะทางการขนส่ง ให้ได้ค่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ ค่าคาร์บอนฟุต พริ้นท์ของสิ่งพิมพ์แต่ละเล่ม

    ในปีงบประมาณ 2558 โรงพิมพ์แห่งจุฬาฯ ได้มีการพัฒนาต่อยอดไปสู่คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม (Eco Value) ไปอีกระดับหนึ่ง ด้วยการชดเชยค่าคาร์บอนที่ปลดปล่อยจากการผลิต (Carbon Offset) เพื่อความสมบูรณ์ของกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    แนวทางการชดเชยคาร์บอน (Carbon Offsetting) จากค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสิ่งพิมพ์ที่สามารถบ่งบอกปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (หรืออาจเรียกสั้น ๆ ว่า การปล่อยคาร์บอน) ในแต่ละกระบวนการผลิต นำไปสู่การใช้แนวทางการชดเชยคาร์บอนหรือการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด 100% (Carbon Neutral) ด้วยการแปลงค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่คำนวณได้ไปเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตที่ต้องจัดซื้อจากการเลือกสนับสนุนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานสากล (Verified Emission Reduction/VERs) โดยเลือกโครงการที่มีกิจกรรมสร้างคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย ที่มีความสำเร็จและสามารถสร้างกิจกรรมอันเป็นประโยชน์กับชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้ได้เลือก โครงการผลิตก๊าชชีวภาพและไฟฟ้าจากระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม ที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ประเทศไทย ผ่านบริษัท เซาท์โพลคาร์บอน (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อจูงใจให้เกิดโครงการลดก๊าซเรือนกระจกให้เกิดประโยชน์กับสิ่งแวดล้อมโลกมากยิ่งขึ้น ถือเป็นกิจกรรมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมรูปแบบใหม่ เป็นแนวคิดแบบ Creating Shared Value(CSV) ที่มุ่งมั่นให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม ส่งเสริมให้เกิดแนวร่วมธุรกิจที่มุ่งประโยชน์เพื่อผู้คนในระดับท้องถิ่นไปสู่สังคมส่วนรวมในที่สุด

    สิ่งพิมพ์คาร์บอนเป็นศูนย์-Carbon Neutral หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนกิจกรรม CSV-Eco Value นอกจากผลงานผลิตสิ่งพิมพ์ที่เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยโรงพิมพ์แห่งจุฬาฯได้นำเสนอทางเลือกในการมีส่วนเลือกวัตถุดิบการผลิต คือ เลือกใช้กระดาษเยื่อเวียนใหม่ หมึกพิมพ์ Soy Ink ที่ผลิตจากสารธรรมชาติ Low Chemical การออกแบบที่เน้นการออกแบบที่สะท้อนมุมมองด้านลดพื้นที่พิมพ์ขนาดใหญ่ ใช้สีสันของพื้นสีขาวของกระดาษเป็นหลัก ส่งผลให้เกิดการควบคุมปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตได้ในระดับหนึ่ง สำหรับตัวอย่างสิ่งพิมพ์คาร์บอนเป็นศูนย์ ที่ทางโรงพิมพ์แห่งจุฬาฯได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่ การผลิตจดหมายข่าวรายปักษ์ “จุฬาสัมพันธ์” 4 สี 16 หน้า ให้ค่าการปลดปล่อยคาร์บอนต่อเล่ม 0.29 Kg.CO2eq จำนวนพิมพ์ 1,000 เล่ม ต่อครั้ง ในช่วงระหว่างเดือน มี.ค. – ก.ย. สั่งพิมพ์ 13 ครั้ง ได้จำนวนพิมพ์รวมทั้งหมด 13,000 เล่ม ทำให้ต้องการชดเชยค่าคาร์บอนเป็นศูนย์เท่ากับ 3.77 Ton.CO2eq ตำราของสำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ “หนังสือเทคโนโลยีเทอร์โมอิเล็กทริก” 260 หน้า ให้ค่าการปลดปล่อยคาร์บอนต่อเล่ม 1.17 Kg.CO2eq จำนวนพิมพ์ 1,050 เล่ม ต้องทำการชดเชยค่าคาร์บอนเป็นศูนย์ 1.23 Ton.CO2eq “หนังสือวิธีวิจัยทางรัฐศาสตร์” 420 หน้า ให้ค่าการปลดปล่อยคาร์บอนต่อเล่ม 1.62 Kg.CO2eq จำนวนพิมพ์ 1,050 เล่ม ทำการชดเชยค่าคาร์บอนเป็นศูนย์ 1.70 Ton.CO2eq

    นอกจากความร่วมมือในจุฬาฯแล้วยังมีความร่วมมือจากสถาบันและหน่วยงานภายนอก เช่น สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ คณะศิลปศาสตร์ ในการผลิตหนังสือตำราเรียน “ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร” 132 หน้า ให้ค่าการปลดปล่อยคาร์บอนต่อเล่ม 0.79 Kg.CO2eq จำนวน 2,000 เล่ม ทำการชดเชยค่าคาร์บอนเป็นศูนย์ 1.58 Ton.CO2eq

    หน่วยงานถัดมาเป็นการผลิตหนังสือพิมพ์ กทม.สาร (Metro News) ของกรุงเทพมหานคร เป็นหนังสือพิมพ์รายเดือนเพื่อชาวกรุงเทพมหานครให้ได้รับข้อมูลข่าวสารด้านการบริหารจัดการของกรุงเทพมหานครลงไปยังประชากรในพื้นที่ เป็นโอกาสที่ดีที่หนังสือเล่มนี้ได้ร่วมถ่ายทอดการมีส่วนร่วมลดโลกร้อนไปยังชาวกรุงเทพฯ ให้ได้รับรู้และตระหนักร่วมกับกรุงเทพมหานครในด้านสิ่งแวดล้อม มี 16 หน้า ให้ค่าการปลดปล่อยคาร์บอนต่อเล่ม 0.11 Kg.CO2eq ในการผลิตสิ่งพิมพ์นี้ ตั้งแต่ฉบับมีนาคม – กันยายน 2558 รวม 7 ฉบับ จำนวน 455,000 เล่ม ต้องชดเชยค่าคาร์บอนเป็นศูนย์สูงถึง 50.05 Ton.CO2eq

    ถัดมาเป็นการผลิต “จดหมายคำแนะนำด้านสุขภาพสำหรับผู้แสวงบุญเพื่อการประกอบพิธีฮัจญ์” ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 1 หน้า 4 สี ให้ค่าการปลดปล่อยคาร์บอนต่อแผ่น 0.02 Kg.CO2eq จำนวน 10,400 แผ่น ต้องชดเชยค่าคาร์บอนเป็นศูนย์ 0.21 Kg.CO2e

    จากการประเมินภาพรวมของการชดเชยค่าคาร์บอนจากการผลิตสิ่งพิมพ์ 6 รายการ มีผลรวมเท่ากับ 58.63 Ton.CO2e คิดเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตไม่น้อยกว่า 23,452 บาท เป็นงบประมาณในการช่วยสนับสนุนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกของโรงงานปาล์มน้ำมันธรรมชาติ เป็นโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการบำบัดน้ำเสียในโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม โดยการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ พร้อมทั้งนำก๊าซชีวภาพที่ได้ไปใช้ทดแทนเชื้อเพลิงน้ำมันเตาในกระบวนการผลิตไอน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในการเข้าไปสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนด้านความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม รวมถึงด้านการศึกษาให้เกิดความยั่งยืนไปด้วยกัน

    กิจกรรมการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมในการผลิตงานพิมพ์คาร์บอนเป็นศูนย์ (CU-Carbon Neutral) และการเผยแพร่ตีพิมพ์คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมให้ผู้อ่านได้รับรู้ ผลดีที่เกิดขึ้นกับภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงานผู้ให้การสนับสนุนการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการรับรู้ในระดับประชาชนให้เกิดการตระหนักต่อการมีส่วนร่วมลดโลกร้อนร่วมกันของสังคม เป็นโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับทัศนคติให้ร่วมรับผิดชอบต่อสังคมสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ให้ก้าวไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ในที่สุด